ท่าเรือบางโพ

รีวิวสถานที่

ต่อมาก็คือท่าเรือบางโพ ซึ่งเป็นสถานีที่ 9 ของเรือด่วนเจ้าพระยาธงเหลือง หลังจากนั่งเรือมาลงที่ท่าเรือบางโพ   พอเดินออกมาจากตัวท่าเรือก็จะพบกับบรรยากาศรอบๆที่เป็นชุมชนเก่าแก่ สังเกตได้จากอาคารบ้านเรือนที่เป็นอาคารพาณิชย์และตึกแถวที่ค่อนข้างเก่าซะเป็นส่วนใหญ่ คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มักจะประกอบอาชีพส่วนตัวและใช้ตึกแถวเป็นสถานที่ประกอบการค้าขาย โดยมีคนไทยและคนไทยเชื้อสายจีนอยู่ผสมปะปนกันไป

พอเดินมาได้อีกสักพัก หรือถ้าเดินไม่ไหวจะนั่งรถประจำทางสาย 5, 32, 33, 49, 64, 90, 117, ปอ.23 ก็ได้ จะได้เจอกับวัดบางโพโอมาวาส ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งมีอายุนานนับร้อย ๆ ปี สร้างด้วยหินศิลาแรงแบบสมัยโบราณ แกะสลักอย่างงดงาม ฝีมือช่างสถาปัตยกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา รวมถึงศิลปกรรม ปูนปั้น ของพระพุทธรูปแบบโบราณ ซึ่งหากใครสนใจศึกษาหรือต้องการชมสามารถแวะไปเยี่ยมชมที่วัดแห่งนี้ได้เลยนะครับ

นอกจากนี้ในย่านนี้ยังมีถนนสายไม้ที่โด่งดัง โดยถนนสายนี้จะเรียงรายไปด้วยอาคารพาณิชย์ที่เปิดให้บริการและขายงานไม้ ที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่เมื่อปี 2522 ที่ชาวจีนจากย่านวัดญวน สะพานขาว ถนนดำรงค์รัก สะพานดำ วัดสระเกศ และบางลำพูได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในซอยประชานฤมิตรและซอยไสวสุวรรณถึงปัจจุบัน โดยนำอาชีพเดิมมาด้วยคือ “งานแกะสลักเครื่องไม้”

โดยชาวจีนเหล่านี้ได้แกะสลักงานไม้ด้วยฝีมือที่ประณีตสวยงามและมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถนนสายไม้หรือปัจจุบันเรียกว่าซอยประชานฤมิตร เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบงานไม้มาถึงปัจจุบัน เปรียบเสมือนศูนย์รวมเรื่องไม้ ตั้งแต่วัสดุแผ่นไม้ที่นำไปใช้สร้างบ้าน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไม้ที่สวยงาม เช่น เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เช่น ตุ๊กตาไม้รูปสัตว์ งานหัตถรรมฝีมือ ผลิตภัณฑ์จากไม้แกะสลัก ภายในประเทศและที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เป็นต้น โดยมีร้านค้าทั้งหมดกว่า 200 ร้านตั้งเรียงรายกันให้เลือกชมเลือกซื้อจนจุใจ ซึ่งผู้อ่านที่สนใจสามารถมาเยี่ยมชมถนนแห่งนี้ได้ แต่ความโดดเด่นที่สำคัญจริงๆของที่นี่อยู่ที่ซุ้มประตูไม้ 2 ฝั่งทั้งทางเข้าและทางออกของซอย

จากนั้นก็แวะมานั่งร้านกาแฟนมสด ซึ่งเป็นร้านที่จะแนะนำในวันนี้ โดยบรรยากาศภายในร้านที่ตกแต่งในรูปแบบสมัยเก่าและมีสไตล์เป็นของตนเองไม่ซ้ำใคร สนนราคาประมาณแก้วละ 40-100 บาท โดยจะมีตั้งแต่กาแฟ ชาและชานม เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย และจะเหมาะที่สุดสำหรับคนที่ชอบนั่งจิบชาหรือกาแฟแล้วรับชมบรรยากาศของชุมชนสมัยเก่า ได้บรรยากาศแบบวินเทจสุดๆ ในราคาย่อมเยาว์ แต่บรรยากาศดีและน่าดึงดูด

ถัดจากร้านก็เดินมาเรื่อยๆเพื่อมาแวะร้านโจ๊กชื่อดังแถวบางโพ  หากเดินจากท่าบางโพก็จะอยู่ไม่ไกลมาก แปบๆก็จะเจอกับตัวร้านที่ชื่อว่า แป๊ะ โจ๊กหม้อทองเหลือง ในร้านนี้มีเมนูไม่มากนัก แต่ที่ทางร้านเขาแนะนำก็คงจะเป็น โจ๊กและข้าวต้มรวมมิตร นอกจากนั้นก็มีก๋วยเตี๋ยวสไตล์ของทางร้าน มีเส้นใหญ่ วุ้นเส้นและก๋วยจั๊บ กับเครื่องหลากหลาย รวมทั้งกระเพาะปลาและข้าวขาหมู ที่อร่อยทีเดียว นอกจากนี้ระหว่างรอจานหลักก็ยังมีเกี๊ยวกรอบให้ทานเล่นอีก หากใครสนใจที่จะมาทานโดยการขับรถมา ก็ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าการจราจรและที่จอดรถในบริเวณนี้มีปัญหาอยู่ตลอดเวลาดังนั้น ถ้าหากพอมีเวลาก็หาที่จอดรถและลงมาชิมกันได้เลย  ส่วนความสะอาดและการบริการก็คงอาจจะไม่สามารถคาดหวังอะไรได้มากนัก เนื่องจากเป็นร้านอาหารในแบบครอบครัว แต่ด้วยรสชาติและราคาที่ถูกมาก ก็คงต้องถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว เลยอยากให้เป็นอีกหนึ่งร้านที่แนะนำให้แก่ผู้อ่านทุกท่าน

ปิดท้ายดวยอีกหนึ่งร้านอาหารนั่นก็คือร้านสเต็กบางโพ โดยร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณแถวสี่่แยกบางโพ ฝั่งเดียวกันกับโรงพยาบาลบางโพ เป็นร้านห้องแถวเล็กๆ หนึ่งคูหา มีโต๊ะให้นั่งภายในร้าน เมนูแนะนำที่ต้องลอง คือ “Mix Grill สเต็กหมู สเต็กเนื้อ ไส้กรอก” สเต็กถูกราดด้วยน้ำซอสที่อร่อยเด็ด เนื้อหมูเหนียวนุ่ม รสชาติเข้มข้นเข้าเนื้อ ส่วนเนื้อวัวนิ่ม อร่อยนุ่ม โดยส่วนตัวทานแล้วชอบไส้กรอกที่นี่ เพราะมีรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร   ซึ่งที่ร้านจะมีเครื่องเคียงเป็นขนมปังหอมกลิ่นเนย ไข่ดาว และสลัดผักกรอบสดใหม่ราดด้วยน้ำสลัดสูตรเข้มข้น นอกเมนูนี้แล้ว ก็ยังมีเมนูอีกหลากหลาย ทั้งสปาเก็ตตี้ ซุปเห็ด สเต็กปลา เบอเกอร์ ฯลฯ ซึ่งร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านสเต็กคุณภาพ ราคาถูก ที่อยากจะแนะนำให้ได้ลองกัน รับรองว่าท่านผู้อ่านทุกท่าน หากได้ลองทานกันจริงๆแล้วจะต้องติดใจอย่างแน่นอน