

รีวิวสถานที่
ท่าเรือเทเวศน์ซึ่งเป็นสถานีที่ 6 จากสถานีแรกของสายธงเหลือง นับเป็นท่าเรือที่โ่ด่งดังและมีชื่อ
เสียงเป็นที่รู้จักของคนกรุงเทพฯด้วยความเป็นสถานที่ตั้งของตลาดขายต้นไม้และดอกไม้ ซึ่งหากนั่งเรือมา
ที่ท่าน้ำแห่งนี้แล้วก็จะพบกับบรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มรื่น มีกลิ่นอายของความเป็นไทยและความเป็น
ชุมชนอย่างแท้จริง สังเกตได้จากทางขวามือนับจากท่าเรือก็จะเห็นร้านค้าขายต้นไม้และดอกไม้มากมายที่
ตั้งอยู่บนฟุตบาทริมคลอง และด้านหลังของร้านค้าเหล่านี้ก็จะอยู่ติดกับตลาดเทวราชที่ตั้งอยู่บนเชิง
สะพานเทเวศรนฤมิตร ซึ่งเป็นตลาดขายของสด อาหารแห้งและผลไม้ต่างๆปะปนกันไป นับเป็นอีกหนึ่ง
สถานที่ที่ท่านผู้อ่านหรือนักท่องเที่ยวต้องมาแวะเวียน
ส่วนฝั่งซ้ายมือของท่าเรือ ก็เป็นที่ตั้งของวังเทเวศร์หรือวังพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจัน
ทบุรีนฤนาถ เป็นวังที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ หม่อมเจ้าอัปสรสมาน กิติยากร และทายาทในราชสกุลกิติยากร ตั้งอยู่บริเวณถนนกรุงเกษม ซึ่งปัจจุบันว่ากันว่าปัจจุบันเป็นที่ประทับของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ซึ่งเป็นอดีตพระวรชายาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10

ถัดจากวังเทเวศร์ก็จะเป็นวัดนรนาถสุนทริการาม เดิมชื่อว่า “วัดเทพยพลี” บางคนเรียกเพื้ยนไปเป็น วัด
ฉิมพลี ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ภายในตัววัดแห่งนี้
ก็จะพบกับบรรยากาศที่ร่มรื่น เงียบสงบ รอบๆตัววัดก็จะมีวิหารเก่าแก่รายล้อมรอบอุโบสถ ส่วนภายใน
อุโบสถก็จะเป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่อีกองค์หนึ่ง

หากเดินต่อมาเรื่อยๆที่สี่แยกที่ตัดกับถนนสามเสน เดินเลี้ยวมาทางขวามือ แล้วมองมาทางฝั่งตรง
ข้ามก็จะเห็นร้านขนมเบื้องชื่อดังของย่านนี้ก็คือ”ร้านคุณดาวขนมเบื้องไทย” ซึ่งมีสองรสชาติคือรสหวาน
และรสเค็ม ที่มีรสชาติหวานมัน และมีกลิ่นหอมของเตาอ่อนๆ แถมแพกเกจจิ้งของร้านนี้ก็ถือว่าสวยงาม
เลยทีเดียว เหมาะแก่การซื้อรับประทานเองหรือซื้อของฝากแก่คนทั่วไป ซึ่งบริเวณรอบๆของร้านนี้ก็จะมี
ร้านค้าต่างๆมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะขายอาหารไทย ขนมไทย ผลไม้ เช่น มะม่วงน้ำปลาหวาน น้ำพริก
ข้าวซอย ทองหยิบ ทองหยอด ขนมครก เป็นต้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นย่านที่ถือว่ามีร้านที่ดังและอร่อยอยู่มาก
พอสมควร ส่วนฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นที่ตั้งของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บนบริเวณพื้นที่วังบางขุน
พรหมเดิม
ถัดจากถนนสายนี้เดินตรงมาอีกหน่อย แล้วเลี้ยวซ้ายก็จะพบกับอีกแหล่งร้านอาหารมากมายอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของถนน โดยร้านที่จะมาแนะนำในวันนี้ก็คือ ร้านเป็ดพะโล้ซุปเปอร์ ซึ่งเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ และยังขายเมนูอื่นๆอีก เช่น ข้าวหมูแดง น้ำผลไม้ปั่น เป็นต้น
บรรยากาศร้านเย็นสบาย มีเครื่องปรับอากาศ สำหรับเมนูที่สั่งวันนี้ก็คือ เส้นหมี่น่องเป็ด น้ำแตงโมปั่น และน้ำมะนาวปั่น โ ดยเส้นหมี่นั้นเหนียวนุ่มกำลังดี น้ำซุปหอมกลิ่นเครื่องพะโล้ เนื้อน่องเป็ดก็ตุ๋นได้นุ่มพอดีทาน โดยตกอยู่ที่ชามละ 50 บาท ส่วนน้ำแตงโมและมะนาวปั่นนั้นก็ทานแล้วสดชื่นแก้กระหายและ
ดับร้อนได้่เป็นอย่างดี






หากย้อนกลับไปที่สี่แยกบริเวณท่าเรือเทเวศน์ แล้วเลี้ยวซ้าย เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับร้าน
อาหารเด็ดอีกร้านหนึ่งที่จะแนะนำ ก็คือ ร้านก๋วยเตี๋ยวสี่เสาทะเลเดือด ซึ่งมีเมนูเด็ดประจำร้านคือ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำข้น ภายในร้านก็อาจจะดูแคบไปบ้าง เนื่องจากเป็นห้องแถวเพียง 1 คูหา แต่ทางร้านก็ได้จัดวางโต๊ะได้ประมาณ 6-7 โต๊ะได้ ติดเครื่องปรับอากาศและเปิดโทรทัศน์ให้ลูกค้าได้ชม ขณะรับ
ประทานไปด้วย สำหรับเมนูที่จะแนะนำคือ บะหมี่ต้มยำน้ำข้น ที่มีรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน หอมเครื่องสมุนไพร เปรี้ยวจากมะนาวแท้ๆ ส่วนเส้นก็ลวกได้กำลังดี ให้เครื่องเยอะ โดยเฉพาะลูกชิ้นปลา ที่ถือว่าคุ้มกับราคาเพียง 40 บาทเท่านั้น หากผู้อ่านคนไหนสนใจมาลองก็สามารถมาแวะชิม ก่อนที่จะไปเที่ยวย่าน
สามเสนและบางลำพูต่อได้เลยนะครับ
และในบริเวณใกล้เคียงนั้นก็ยังมีสถานที่สำคัญๆ คือ วัดเทวราชกุญชร โดยก่อนจะถึงตัววัด ก็ต้องผ่านบริเวณหน้าหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมหนังสือและเอกสารสำคัญๆของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร หรือเดิมชื่อว่า วัดสมอแครง เชื่อกันว่าชื่อ สมอ มาจากต้นสมอที่ขึ้นกระจายอยู่ภายในวัด หรือคำว่า สมอ น่าจะเพี้ยนเสียงมาจากภาษาเขมรถะมอ ที่แปลว่า หิน สมอแครง จึงแปลว่า หินแกร่ง โดยเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร
ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามที่ตกแต่งด้วยสีน้ำเงินทะเลเป็นหลัก และภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ไม้สักทอง ซึ่งเป็นอาคารทรงไทยแบบสถาปัตยกรรมจีน-โปรตุเกส โดยวัดนี้ได้รับการอุปถัมภ์โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากุญชร กรมพระพิทักษเทเวศร์ ต้นสกุลกุญชร และทายาทสกุลนี้มาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ภายในอุโบสถก็จะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธเทวราชปฏิมากร ซึ่งเป็นนามพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที 9


ชุมชนบริเวณท่าเรือเทเวศน์นั้นมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกับชุมชนบริเวณท่าเรืออื่น เนื่องจาก
สถาปัตยกรรมของไทย ผสมกับตะวันตก เห็นได้จากสถานที่สำคัญและสถานที่ราชการต่างๆที่ตั้งอยู่ใน
ย่านนี้ อีกทั้งร้านค้าส่วนใหญ่ก็ขายจำพวกอาหารไทย และขายพระเครื่อง วัตถุโบราณหรือของสะสม
ต่างๆ รวมทั้งมีร้านขายดอกไม้ไหว้พระ สังฆภัณฑ์ต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชาวพุทธที่ผูกพันกับสังคม
ไทยมาตั้งแต่ในอดีต ผู้คนในย่านนี้ต่างก็มีปฏิสัมพันธ์กันในระดับหนึ่ง แต่ไม่มากเท่าไหร่นัก เนื่องจากผู้คน
ในย่านนี้ต่างทำมาค้าขายเป็นห้องแถว ไ ม่ได้อยู่กระจุกรวมกันเป็นหมู่บ้าน คนย่านนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไทย
และมีคนไทยเชื้อสายจีนปะปนอยู่เล็กน้อย แต่ที่เห็นได้ชัดคืออัธยาศัยและการต้อนรับที่ยิ้มแย้มจากผู้คน
ในย่านนี้ รวมทั้งร้านค้าที่หลากหลายถือว่าเป็นเสน่ห์ของชุมชนย่านนี้เลยทีเดียว


